Tuesday, October 22, 2013

22Oct2013

ความสุขของวันที่ 22 ตุลาคม 

1. ตอนเช้าชั่งน้ำหนักซักหน่อย น้ำหนักลงมาเหลือ 72 แล้วดีใจมาก เพราะเคยหนักสุดที่ 77 บวชแล้วน้ำหนักลงมา 72 แล้วขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 75-76มาตลอด เพิ่งจะช่วงนี้ทดลองกินน้อยแบบ ตามใจปากน้อยลง น้ำหนักก็เลยลงมาได้ถึงจุดที่น่าพอใจมาก อยากจะลดอีกซัก 4 กิโล BMI ก็จะอยู่ที่ระดับปรกติของคนเอเชียซะที

2. วันนี้ตอนบ่ายมีนัดหมอกายภาพ ชื่อน้องบูม  น้องเขาเงียบๆแต่ตั้งใจทำงานดี บอกว่าปวดหน้าอก น้องเขาถามว่าไปยกเวทมาหรือปล่าวก็บอกว่าไม่ คงเพราะทำงานแล้วนั่งผิดท่ามากกว่า น้องเขาก็ก็กดๆบี้ๆตรงหน้าอก จนเจอมัดกล้ามเนื้อที่ไม่คลายตัว แล้วใช้คลื่นultrasoundบำบัดประมาณ 30 นาที แล้วก็ใช้ขั้วไฟฟ้ามาติดบนกล้ามเนื้อ แล้วก็ให้ไฟนวดไปอีก 15 นาที  ตอนใช้ไฟช๊อตรู้สึกดีมาก สนุกดี กล้ามเนื้อมันจะกระตุกๆเล็กๆตลอด15นาทีเป็นจังหวะๆ  เสร็จแล้วรู้สึกเบากล้ามเนื้อหายเจ็บมาก แต่ก็ยังมีอาการอยู่ คือถ้าเอานิ้วกดๆ หรือมือบีบๆ มันจะรู้สึกเจ็บๆช้ำๆกว่าส่วนที่ไม่เป็น   ก็จะนัดอีกทีวันพฤหัส

3.วันนี้เลิกงาน ไปหาอะไรกินที่ siam center คนเดียว เดินผ่านชั้น4 เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอนานแล้ว คือ น้องเมย์ก็คุยสารทุกข์สุขดิบกันนานมากเลย เสร็จแล้วตอนหลังเข้ามไปพารากอนไปดูหนังสือเล่นที่ Kinokuniya ก็เจอ กับ ท่านแชร์ อีก ดีใจที่เจอคนรู้จักหลายคน แล้วก็แยกย้าย ทุกคนดูผอมลงกว่าสมัยก่อน มีแต่ผมที่อ้วนขึ้นและแก่ขึ้นเยอะ

4. ไปกินเค้กร้าน letthemeatcake เป็นครั้งแรกที่ได้ไปลองสาขาสยามเซนเตอร์ กินเค้กใหม่ที่เป็นวนิลา (แพงกว่าที่คิดนิดหน่อย) คิดว่าเขาจงใจทำรสชาติหวานหน่อยไว้กินกับชาขมๆ แต่พอกินเปล่าๆ รู้สึก white chocolate ที่เคลือบด้านนอกจะหวานไปจนแสบคอ กับกลบกลิ่นวนิลา แต่ชอบกลิ่นกับความรู้สึกของลิ้นกับฟันที่โดนวนิลาแท้ในปาก ความรู้สึกเหมือนกับเม็ดทรายที่แตกตัวได้ในปาก สนุกลิ้นดี



Tuesday, September 3, 2013

ความจริง

สมมุติว่า
คุณอยากกินพาย
คุณถามบริกรว่า วันนี้มีของหวานอะไรบ้าง
บริกรทราบว่า มีพายเหลือแค่1ชิ้น แต่จะเก็บไว้ให้ลูกค้าประจำที่ยังไม่มา
บริกรจึงตอบว่า "มีบัวลอย กับ ไอศครีมครับ"
คุณก็เลยจำใจสั่ง บัวลอยไป

ต่อมา คุณเห็นบริกรคนเดิม ถือพายเดินผ่านหน้าคุณไปให้ลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเข้ามานั่ง
คุณจะบอกว่า บริกรโกหกได้หรือไม่??

คำตอบจริงๆคือ "ไม่ได้"  
เพราะตามตรรกศาสตร์แล้ว บริกรไม่ได้โกหกคุณใดๆทั้งสิ้น
เพียงแค่บริกรบอกข้อมูลคุณไม่ครบถ้วน
คุณสรุปเองจากคำพูดของบริกร ว่า มีบัวลอย กับ ไอศครีม "เท่านั้น"

นึ่เป็นหลักการทั่่วไปในการเจรจาต่อรอง การฆษณาเชิญชวน การขายสินค้า ฯลฯ ที่เจอได้บ่อยๆในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากคือการเมือง
นักการเมืองพูดเรื่องนโยบายต่างๆว่า มีข้อดีอย่างไร
"ค่าแรง300บาท" "รถคันแรก" "รถไฟความเร็วสูง" "Tablet"


เขาพูดความจริง ไม่ได้โกหก
แค่ไม่ได้บอกประชาชนว่า  "โครงการต่างๆก็อาจจะมีข้อเสีย" เท่านั้นเอง




เนื้อหาเกือบทั้งหมด (ยกเว้นตัวอย่างใกล้ตัว) จาก

Think Again: How to Reason and Argue 
by Walter Sinnott-Armstrong, Ram Neta

Thursday, June 13, 2013

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ 10 ประการของ วิลเลียม เจ โอ'นีล

เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ 10 ประการของ วิลเลียม เจ โอ'นีล (ผู้ก่อตั้ง นสพ. Investor's Business Daily, สมาชิกตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กที่มีอายุน้อยที่สุด, ผู้คิดค้นกลยุทธ์การลงทุนแนว CANSLIM)

1. วิธีคิดของคุณคือทุกสิ่งทุกอย่าง : จงคิดในเชิงบวก คิดถึงความสำเร็จ ไม่ใช่ความล้มเหลว จงตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมเชิงลบ

2. กำหนดความฝันและเป้าหมาย : เขียนเป้าหมายของคุณลงในกระดาษและออกแบบแผนการที่จะบรรลุเป้าหมายนั้น

3.ลงมือทำ : เป้าหมายจะไม่มีประโยชน์ถ้าไม่ลงมือทำ อย่ากลัวที่จะเริ่ม จงลงมือทำ

4.อย่าหยุดเรียนรู้ : กลับไปเรียนหนังสือ อ่านหนังสือ หรือเข้ารับการอบรมทักษะใหม่ ๆ

5.ขยันและไม่ยอมแพ้ : ความสำเร็จเป็นเหมือนการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งเร็ว เพราะฉะนั้นจงอย่ายอมแพ้

6. เรียนรู้การวิเคราะห์รายละเอียด : ค้นหาความจริง รวบรวมข้อมูล เรียนรู้จากความผิดพลาด

7. จดจ่อกับเวลาและเงินของคุณ : อย่าให้ใครหรือสิ่งใดทำให้คุณวอกแวก

8. ไม่กลัวที่จะทำสิ่งใหม่ กล้าที่จะแตกต่าง : การเดินทางตามผู้อ่น คือหนทางสู่การเป็นอะไรที่ธรรมดาหรือ "งั้นๆ"

9. สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ : คนเราไม่สามารถอยู่คนเดียว จงเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

10. จงซื่อสัตย์ เชื่อใจได้ รับผิดชอบ : มิฉะนั้นแล้ว ข้อ 1-9 ก็ไร้ความหมาย

ที่มา : หนังสือ Frobes BEST BUSINESS MISTAKES


copy มาจาก Facebook https://www.facebook.com/snilket/posts/10151679924876469

Sunday, June 9, 2013

ธนาคารควรปล่อย Housing Loan อย่างไร

ธนาคารปล่อย Housing Loan อย่างไร

สมมุติอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง MRR = 7%
มีลูกค้าที่อยากกู้บ้าน 1000 คน


1. ธนาคารปล่อยกู้บ้าน เฉพาะคนที่เหมาะสม ตามสมมุติฐานดังนี้
  • คนกู้บ้านต้องมีอาชีพที่มั่นคง (แพทย์ อัยการ ผู้พิพากษา รัฐวิสหกิจชั้นดี เอกชนTop100)
  • ทำประกันชีวิต
  • บ้านมีมูลค่าพื้นฐานสูงกว่าจำนวนเงินที่ขอกู้
รวมแล้วประมาณ 400 คน ที่อัตราดอกเบี้ย MRR - 2%  โดยมีข้อเสียคือ ใช้เวลานาน ช้า และ บางคนไม่สามารถกู็ได้


2. ธนาคารปล่อยกู้บ้าน ทุกคน ตามสมมุติฐานดังนี้
  • ธนาคารมีการดูแล model ที่เหมาะสม เช่น 
    • ประชากรเมืองนี้ default rate 80% 
    • recovery value 70%
  • มีการปรับดอกเบี้ยสูงเพื่อชดเชยความเสี่ยง
รวมแล้วประมาณ 950 คน อัตราดอกเบี้ย MRR - 0.5% มีข้อดีคือ ปล่อยกู้ทุกคน สะดวก รวดเร็ว ชื่อเสี่ยงดี

อาจจะแปลกดี ที่เราเห็นแนวทางการทำงานทั้ง 2 แบบในประเทศไทย  และแปลกดี ที่ลูกค้าบางครั้งไม่ทราบว่า แบบที่ 1 และ 2 แตกต่างกันอย่างไร แต่มักจะชอบไปแบบที่ 2 ทั้งๆที่จ่ายดอกเบี้ยแพงกว่าเยอะ

แบบไหนดีกว่ากัน แบบที่1 หรือ แบบที่ 2 ??

สมมุติ ปล่อยกู้บ้านเยอะๆ ให้กู้ทุกคน ไม่ต้องคิดมาก 3วันเอกสารครบเรียบร้อยปล่อยแน่
อัตราดอกเบี้ยแพงๆ ให้ดอกเบี้ยสวยๆช่วงต้น เช่น 0% 3 เดือนที่เหลือเฉลี่ย 7.5% 
ห้ามrefinance 3 ปี ฟันกำไรเหนาะๆไป3ปี

พอครบ 3 ปี ลูกค้าก็มาขอ refinance
ลูกค้าไม่ค่อยดีปล่อยไปอยู่แบงค์อื่น ลูกค้าดีๆ เก็บไว้ลดดอกให้

(ถ้าทำงี้ได้นี่กำไรเหนาะๆเลยเนอะ ภาพก็ดูดี แบงค์ปล่อยกู้ง่าย ทำงานรวดเร็วฉับไว)

จริงๆพวกนี้ความเสี่ยงแบงค์ดูง่ายมากนะ ถ้าอยากทำจริงๆ 
ดู average default probability ดู average collateral value ดูนิดดูหน่อยก็ได้ 
ขึ้นอยู่กับว่า กล้าหรือปล่าว ยิ่งต่างประเทศ เอาไปทำ MBS ยิ่งง่ายใหญ่เลย

Sunday, May 19, 2013

10000 hours

Malcolm Gladwell  พูดในหนังสือของเขา(Outliers: The Story of Success) เกี่ยวกับ กฎ  10,000 ชั่วโมง ว่า เคล็ดลับความสำเร็จในด้านต่างๆก็ตาม คือ ต้องฝึกซ้อม 10,000 ชั่วโมง   
หรือคิดง่ายๆว่า ถ้าทำทุกวัน
วันละ 1 ชั่วโมง ก็ใช้เวลา 27 ปี
วันละ 2 ชั่วโมง ใช้เวลา 14 ปี 
วันละ 8 ชั่วโมง ใช้เวลา 3.5 ปี
วันละ 8 ชั่วโมง เฉพาะจันทร์ถึงศุกร์ ก็ 4.8 ปี (พอๆกับการเรียนปริญญาเอก หัวข้อนั้นๆ ซักใบ)

ผมเชื่อว่า internet เปลี่ยนโลกนี้ไปเยอะมากนะครับ
ช่วยให้สามารถลดเวลา 10,000 ชั่วโมงไปได้มาก จากการติดต่อสื่อสารที่สะดวกขึ้น  community ต่างๆที่ทำให้คนหลงทางน้อยลง ศึกษาตามคนที่สำเร็จแล้วได้มากขึ้น เข้าถึงความรู้ได้สะดวกขึ้น ฯลฯ  
ขณะเดียวกัน internet ก็ทำให้คนบางคน เสียเวลา หลงทางได้ง่ายขึ้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ ที่ทำให้เรามีเวลาไปเก็บชั่วโมง 10,000 ชั่วโมง น้อยลง   ไปติดตามกูรูที่ไร้ประโยชน์ หรือ อาจจะวอกแวกไปกับหลายๆกิจกรรม

ย้อนกลับมามองดูตัวเอง  อายุ 31 ปีแล้ว
อยากทำอะไรอีกหลายอย่าง

อยากเก่ง
(1)ภาษาอังกฤษ (2)ภาษาจีน
(3)เรื่องงานประจำ (4)สนใจการลงทุน
งานอดิเรก อยากเก่ง (5)กอล์ฟ (6)ทำอาหาร (7)สุราเมรัย (8)พับกระดาษ

ไหนจะเรื่อง (9)คอมพิวเตอร์ ที่ไม่อยากจะทิ้งอีก

ทำไงดีครับ T__T









Monday, May 13, 2013

เป้าหมายง่ายๆ

เป้าหมายง่ายๆของตัวเอง วันที่ 13 -17 พฤษภาคม 2556

1. ตื่นก่อน 6 โมงเช้า
2. กิน apple ตอนเช้าก่อนทำงาน (20บาท ซืื้อจากแผงลอยข้างถนน)  ยกเว้นให้วันจันทร์ กรณีไม่มีแผงลอยขาย
3. ไม่สั่งกาแฟเย็นตอนเช้า ถ้าอยากกิน ให้ชงเอง

# วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์
 ทำได้สำเร็จครับ :)





Sunday, May 12, 2013

Laptop

Laptop #1   ปี 2544 ตอนอยู่ปี 1  (อ้างกับพ่อแม่ว่า ต้องมีไว้เพื่อทำงานสะดวก)  Acer รุ่นอะไรไม่รู้ จำไม่ได้ หนักมาก เกือบ 3 กิโลกรัม

Laptop #2 ปี 2548 ตอนอยู่ปี 4  Acer โดนขโมย ต้องซื้อใหม่ T_T เป็น BenQ รุ่น Joybook 6000 เบากว่าเดิมเยอะ ประมาณ 

Laptop #2.5 ปี 2550  เครื่องของบริษัทให้ IBM Lenovo ทำงานอยู่ 11 เดือน พอลาออกก็ต้องคืน 

Laptop #3 ปี 2551 IBM thinkpad X60  เบิกบริษัทได้ เลยซื้อ พร้อม Dock ด้วย   หลังๆมีปัญหาว่า harddisk เสียงดัง อ่านข้อมูลช้ามาก  ทำงานแทบไม่ได้ เพราะใช้เวลาเปิดเครื่อง 10-15นาที เคยไป present งาน ต้องรอประมาณ 15 นาที เปิดเครื่อง


ตอนปี 2554 ก็มีแอบปันใจ ไปซื้อ Desktop มาที่บ้านห้องนอนซักเครื่องนึง  เพราะว่า พอดีเปลี่ยนสายการทำงาน จากงาน IT มาทำงานสาย Banking แล้ว ก็คิดว่าไม่น่าจะจำเป็นต้องใช้ laptop เลย เลือก desktop เพราะจะราคาประหยัดกว่า hard disk มากกว่า  

สุดท้ายก็เจ็บปวด เพราะชีวิตทุกวันนี้ มันอาจจะมีบางช่วงเวลาที่ต้องทำงานนอกบ้านบ้าง  เช่น  คุย project เล็กๆกับเพื่อน  เอางานไปขอคำปรึกษารุ่นพี่ หรือว่า อาจจะนึกครึ้มอยากนั่งทำงานนอกบ้านปรับอารมณ์บ้าง

สงสัยต้องมองหา laptop ใหม่ซักเครื่องแล้วครับ  :D