Friday, February 28, 2014

ชานมไข่มุก

ปรกติเวลาสั่งเครื่องดื่ม อย่างเช่น ชานมไข่มุก

มักจะมีแก้ว 2 ขนาด คือ    16 oz และ 22 oz ราคาก็มักจะต่างกัน 10บาท เช่น 35 และ 45 บาท

ส่วนใหญ่ ถ้าเป็นคนคิดละเอียด หรือ เป็นคนงก อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะคิดว่า
45/22 =   2.05  บาท/oz  แต่ 35/16 = 2.18 บาท/oz
อย่างนี้ก็คิดว่า ซื้อแก้วใหญ่คุ้มกว่า และ สั่งแก้วใหญ่

ซึ่งมันเป็นความคิดที่......... ผิด

เพราะจริงๆแล้ว  แม้ว่าเราจะซื้อได้ในต่อหน่วยมากกว่า
แต่เราต้องจ่ายเงินออกไปมากกว่า
หรือ คิดอีกมุมนึง  ยังไงเราก็จะต้องสั่ง1แก้ว ต่อคนเสมอ
เราจ่ายเงินเพิ่มขึ้น หมายถึงเราให้รายได้แก่ร้านค้าเพิ่มขึ้น
โดยอาจจะเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่ซื้อเพราะราคาต่อหน่วยถูกกว่า

ทั้งที่จริงๆแล้ว ไม่ว่าแก้วใหญ่ หรือ แก้วเล็ก เวลาเรากินหมด
เราก็ไม่ได้กลับไปซื้อเพิ่ม  เราก็กินแค่ 1 แก้วอยู่ดี

ยิ่งถ้ามองในมุมมองของร้านค้า ถ้าวันหนึ่งมีลูกค้าประมาณ 200 คน
ถ้าทุกคนสั่งแก้วใหญ่ หมด ยอดขายก็จะมากกว่า
จ่ายค่าเช่าที่ ค่าเงินเดิอนพนักงานได้มากกว่า
ถึงจุดคุ้นทุนไวกว่า แม้ว่าราคาขายต่อปริมาณจะน้อยกว่า ก็ตาม

ดังนั้น คราวหน้า ไม่ต้องสั่งแก้วใหญ่ก็ได้นะครับ


ป.ล. แล้วราคา starbucks เช่น
Iced americano   90/105/120 บาท   สำหรับขนาด Tall 12/ Grande 16/ Venti 20 oz
แล้วเราจะซื้ออ
ะไรดี?  อันนี้ผมเองก็ยังคิดไม่ตก ส่วนใหญ่ถ้าเป็นกาแฟสด
Tall = 2 shots   Grande = 3 shots    Venti = 4 shots

Monday, January 20, 2014

สลิ่ม 3 สี

สลิ่มจากการสังเกตมี 3 กลุ่ม ดังนี้


  • สลิ่ม Babyboom   เป็นสลิ่มยึดมั่นในอุดมการณ์ หรือความถูกต้อง  ส่วนใหญ่ร่วมชุมนุมเพราะคิดว่า ระบอบทักษิณทำให้สถาบันล่มจม ว่าร้าย พยายามล้มล้างสถาบัน หรือ เป็นต้นเหตุของความชั่ว เป็นต้นเหตุของความเลวร้ายต่างๆในปัจจุบัน ส่วนใหญ่รักใครชอบใครรักจริง  ชักจูงได้โดยการอ้างสถาบัน หรือกลุ่มที่มีความผูกพัน เช่น ชาวสีชมพูไม่เอาทรราช เหลือแดงต่อต้านคอรัปชั่น
  • สลิ่ม Gen-X ถึง Gen-Yตอนต้น เป็นคนวัยทำงานตอนต้นๆ สลิ่มมีการศึกษาที่สูง มักจะมีฐานะที่ดี มีอาชีพการงานที่ดี มีแนวโน้มที่จะซื่อสัตย์ รู้สึกว่า ทักษิณมันเลว โกงกินอย่างมากเกินไปจนรับไม่ได้ รู้สึกว่า รู้ทันทักษิณ ทักษิณมันโกง ชนะการเลือกตั้งมาอย่างไม่เป็นธรรม ซื้อเสียง ประชานิยม ฐานเสียงต่างจังหวัด คนต่างจังหวัดไม่พร้อม  ยอมรับการโกงบ้าง แต่รู้สึกว่า ทักษิณมันโกงมากเกินไป รู้ว่านักการเมืองโกงทั้งนั้น แต่โกงน้อยกว่า ก็พอรับไหว ยอมรับได้ 
  • สลิ่มยุค social media  เป็นคนรุ่นใหม่  กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น มีความคิดสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมในกิจกรรม ใช้ชีวิตอยู่ใน Social media มีความคิดสร้างสรรค์ มีความคิดเห็น ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด บริโภคสื่อเยอะ เข้าร่วมกลุ่มได้อาจจะติดตามข่าวเยอะ แต่อาจจะรู้ประวัติศาสตร์ หรือ การเมืองการปกครองไม่มาก หรือ ผิวเผิน คิดว่าการแสดงออกแบบกลุ่ม กดlike หรือ share จะช่วยได้   


Sunday, January 19, 2014

optimistic

ตั้งใจไปออกกำลังกายแล้วปิดซ่อมพอดี

มองโลกแง่ร้าย   ซวยว่ะ ปีชง
มองโลกแง่ดี       ซ่อมซะที ต่อไปจะได้เล่นสบายๆ วันนี้ทำอย่างอื่นไปก่อน



Monday, January 6, 2014

New Year Resolution

หลังจากมีฉบับร่าง ใน post ก่อนหน้า
ตอนนี้ก็พอสรุป New year resolution สำหรับปีนี้ได้แล้ว

  1. สร้างวินัยในการตื่นนอน ด้วยการเมื่อตั้งนาฬิกาปลุกแล้ว จะไม่มีการกด Snooze เพื่อนอนต่ออีก 15 นาที
  2. กินกาแฟหวานๆไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน (ถ้ากินมากกว่า1แก้ว ต้องแจ้งคนขายว่า หวานน้อย หรือ ไม่ใส่น้ำตาลเลย)
  3. พยายามคิดหลายรอบให้ถ้วนถี่ก่อนซื้อของ  ทำ check list แล้วค่อยกลับไปซื้อ
  4. อ่านหนังสือเล่มปรกติ สัปดาห์ละ1เล่ม (โดยเฉพาะหนังสือที่มีอยู่เต็มบ้าน)
  5. นั่งสมาธิสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
  6. ลดน้ำหนักเหลือ 67 kg
  7. สอบ CFA2 ให้ผ่านในเดือน มิถุนายน
  8. ควบคุมรายจ่ายให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้  

อื่นๆ ที่ไม่เชิงเป็น New year resolution แต่มีโอกาสก็อยากจะลองพยายามทำ

กลุ่มที่คิดว่า อยากทำแต่ไม่รู้จะกำหนด S.M.A.R.T ยังไง
(Specific Measurable Attainable Realistic Timely)  อ่านที่นี่ 

ต้องหาทางกำหนดแนวทางอย่างชัดเจน
  1. เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย (ฮา)
  2. วางแผนประจำสัปดาห์/ประจำวันล่วงหน้า
  3. ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า
  4. เลิกการเป็นPerfectionist
  5. เพิ่มความมั่นใจในตัวเองมากกว่านี้
  6. ทนุบำรุงสุขภาพกาย (เรื่องการกิน การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย)
  7. ดืื่มสุราอย่างมีสุนทรียภาพ สันติภาพ ภารดรภาพ 
  8. รักษาความสะอาดให้ดีกว่านี้
  9. พัฒนาการทำงาน
  10. พัฒนาทางด้านภาษาที่1 2 3
  11. พัฒนาแนวทางการหารายได้
  12. พัฒนาความสัมพันธ์
  13. กำหนดแผนแม่บทอุปกรณ์IT
  14. ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ซัก1แห่ง
  15. จัดห้อง
  16. รู้จักคนใหม่ๆ หางานอดิเรกใหม่ๆ  เข้าสังคมใหม่ๆ
  17. กำหนดเป้าหมายชีวิต
  18. รู้จักตนเอง
  19. จดบันทึกมากขึ้น

Sunday, December 29, 2013

Juche idea

‘ชาวเกาหลีเหนือทุกคนต้องยึดถือหลักจูเชอย่างเคร่งครัด’ (Juche Idea)

อันเป็นปรัชญาที่ถือกำเนิดในปี 1965 โดยคิม อิล ซุง ได้วางข้อกำหนดนี้ที่ผสมผสานระหว่างคติแบบขงจื๊อรวมกับสตาลิน มีหัวใจหลัก 3 ประการ คือ
1. ชาจู เป็นอิสระทางการเมืองไม่ขึ้นกับแนวคิดทางการเมืองของชาติอื่น
Political independence (Chosŏn'gŭl자주Hancha自主MRchajuRRjaju)
2. ชาริป ยังชีพด้วยระบบเศรษฐกิจแบบพอมีพอกินด้วยการพึ่งตนเอง
Economic self-sustenance (Chosŏn'gŭl자립Hancha自立MRcharipRRjarip)
3. ชาวี เชื่อมั่นในการปกป้องประเทศโดยไม่พึ่งพาชาติอื่นใด
Self-reliance in defence (Chosŏn'gŭl자위Hancha自衛MRchawiRRjawi)
To make revolution in Korea we must know Korean history and geography as well as the customs of the Korean people. Only then is it possible to educate our people in a way that suits them and to inspire in them an ardent love for their native place and their motherland.

  1. The people must have independence (Chosŏn'gŭl자주성Hancha自主性MRchajusŏngRRjajuseong) in thought and politics, economic self-sufficiency, and self-reliance in defense.
  2. Policy must reflect the will and aspirations of the masses and employ them fully in revolution and construction.
  3. Methods of revolution and construction must be suitable to the situation of the country.
  4. The most important work of revolution and construction is molding people ideologically as communists and mobilizing them to constructive action.


(source: http://en.wikipedia.org/wiki/Juche
http://www.youtube.com/watch?v=oULO3i5Xra0&feature=youtu.be
http://thaipublica.org/2013/12/dprk-the-land-of-whispers/)

Saturday, December 28, 2013

การทดลองบริหารเงิน1

จะเริ่มปีใหม่ก็ขอทดลองอะไรใหม่ๆบ้าง

เนื่องจากข้าพเจ้ามีบัญชีเงินฝากที่ธนาคารฟ้า 2 บัญชีอยู่แล้ว
เลยเกิดการทดลองขำๆขึ้น


  1.  โอนเงินจากบัญชีบัตร Debit Visa เหลือแค่ 10,000 บาท เป็นค่าเริ่มต้น  (และเผื่อกรณีฉุกเฉิน)
      
  2. ใช้ฟังก์ชั่นโอนเงินอัตโนมัติ ของ internet banking ตั้งเวลาการโอนเงิน ทุกวัน วันละ 450 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายประจำวันแต่ละวัน ซึ่งเงินจะเข้าทุกวันจริงๆ  (โหดมะ)




3. ตั้งเวลาโอนเงิน ทุกวันที่ 15 และ 30 ของเดือน เป็นโบนัส ครั้งละ 2,000 บาท เป็นรางวัลส่วนตัวทุก 2 อาทิตย์

ลองดูซิว่า เทคโนโลยีจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีหรือไม่?

ป.ล. ใครจะเอาวิธีนี้ ไปให้เงินค่าขนมลูก หรือ สามี ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ

การเมืองไทย1

ปัญหาหลักของสังคมไทยในช่วงนี้ คงเป็นปัญหาการเมือง

แต่สาเหตุของปัญหาการเมือง  คงเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนไทย
หรือจะพูดให้ชัดๆกว่านี้ คือปัญหาความแบ่งแยกระดับชั้นจนเกิดแนวคิดความเชื่อผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน ของคนหลายกลุ่ม จนอาจจะสร้างความไม่เข้าใจกัน หรือความเห็นที่ขัดแย้งกัน
จนมีวาทกรรมที่สามารถเรียกได้ว่า อีกฝ่ายชั่ว อีกฝ่ายเลว อีกฝ่ายโกง และไม่มีความชอบธรรมทางการเมืองการปกครอง

แต่ถ้ามองอีกที  แกนนำ หรือ ผู้นำของการเมืองไทยทุกสีทุกขั้ว ก็คือ  คนกลุ่มเล็กๆชนชั้นเดียวกัน หรือพวกนักการเมือง  ที่มาปลุกระดม คนกลุ่มของตัวเองให้ออกมาแสดงพลัง แสดงกำลัง หรือ ออกมากดดันอีกฝ่ายหนึ่ง กดดันเจ้าหน้าที่ของรัฐ กดดันตำรวจ กดดันทหาร  ให้แสดงออกตามที่คนกลุ่มเล็กๆนั้น ต้องการ



ไม่ว่าจะเห็นการประท้วงกี่ครั้ง เราจะสามารถแบ่งแยกผู้ชมนุมเป็นคนกลุ่มย่อยๆ ดังนี้
1. แกนนำผู้ชุมนุม
             -พวกที่ขึ้นเวทีไปทำกิจกรรมสะเทือนใจ ตื่นเต้น พูดจาสะเทือนอารมณ์ ประนามฝ่ายตรงข้ามว่าเลว
2. นายทุนการชุมนุม+ผู้สนับสนุนเบื้องหลัง+นักยุทธศาสตร์
             -เราอาจจะไม่รู้ว่าพวกนี้เป็นใคร เพราะไม่จำเป็นต้องออกหน้า แต่เราต้องทราบว่า การชุมนุมมีค่าใช้จ่ายเยอะ และอาจจะต้องได้รับการวางแผนจากนักกลยุทธ์มาอย่างดี
3. ผู้ประท้่วงขาประจำ
             - จะเป็นพวกที่ตั้งเต๊นท์ นอนค้าง ทำกับข้าว อยู่ร่วมกับผู้ชุมนุม อาจจะต่อสู้โดยมีปัญหาของตนเอง เช่น ที่ดินทำกิน ความยากจน และหวังว่า เมื่อม๊อบนี้ชนะแล้ว อาจจะช่วยแก้ปัญหาความเรียกร้องของตนเองได้บ้าง  หรืออาจจะรับจ้างมาร่วมชุมนุม  อันนี้ก็ไม่ทราบได้
4. ผู้ประท้วงขาลุยผู้รักความรุนแรง
            - ไม่รู้ไปหาคนพวกนี้มาจากไหน แบ่งหน้าที่กันทั้งรักษาความปลอดภัย ทั้งเป็นทัพหน้าเสี่ยงตาย อาจจะมีอาวุธประจำตัว เช่น ปืน มีด กระบอง ธงชาติ(?) ก้อนหิน หนักสติ๊ก ฯลฯ โดยมากมักเป็นผู้ชาย แต่ชุดดำ แต่งกายมิดชิด มีผ้าหรือสัญลักษณ์ตามthemeของม๊อบผูกตามตัวบ้าง   พฤติกรรมจะพร้อมที่แสดงออกถึงความรุนแรง บางม๊อบอาจจะใช้เด็ก หรือผู้หญิงเป็นทัพหน้าบ้างหากมีการปะทะ  
5. ผู้ร่วมชุมนุม 
         แบ่งได้หลายจำพวก เช่น
  • พวกหน่วยงานที่มาร่วมชุมนุมตามมติของหน่วยงาน เช่น สหภาพแรงงานต่างๆ หรือ ชมรมนักศึกษามหาวิทยาลัย ฯลฯ
  • พวกที่รักแกนนำมาก เช่น รักน้องตั๋น 
  • พวกที่เกลียดฝ่ายตรงข้ามเข้าเส้น  เช่น เกลียดอีปูว์
  • พวกที่รักสถาบัน หรือความเชื่อ เช่น รักประชาธิปไตย เราเป็นคนดี 
  • พวกที่รู้สึกว่า ตัวเองเสียประโยชน์ในปัจจุบัน เช่น เห็นว่าจำนำข้าวทำชาติล่มจม
  • พวกที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง หรือ การร่วมชุมนุมจะแก้ปัญหาได้
  • พวกที่แกนนำหรือนายทุนเชิญมาจากที่อื่นๆ หรือ ผู้ชุมนุมนอกพื้นที่ เช่น มาจากต่างจังหวัด อาจจะเดินทางโดยรถตู้ รถทัวร์ รถไฟมาเป็นกลุ่ม 
  • พวกที่รับข่าวสารแล้วอยากมาร่วมชุมนุุม เช่น ข่าวทีวี หนังสือพิมพ์ Social media
  • พวกที่มาตามเพื่อน ตามคนรู้จัก เช่น แม่ที่มาเป็นเพื่อนลูก  ลูกที่พาพ่อมาชุมนุม มากับแฟน
  • พวกอื่นๆ ที่ไม่มีอุดมการณ์หรือความเชื่อใด แต่อยากมาร่วมชุมนุมเพื่อประสบการณ์หรือความสนุกสนาน หรือ ความเอร็ดอร่อย                
6. ผู้ร่วมอำนวยความสะดวก และ อื่นๆ  
            - แม่ค้าขายของ  แพทย์ พยาบาล แม่ครัว  ถือว่าเป็นผู้มาประกอบอาชีพ สร้างรายได้จากการชุมุนม

เนื่องจากคนพวกนี้มีหลายกลุ่ม หลายความเห็น รวมถึงอาจจะต้องการแค่มีการมีส่วนร่วม หรือ แสดงออกบางอย่าง  แต่ส่วนใหญ่ก็จะโดนแกนนำปลุกระดม หรือ นับรวมเป็นเสียงสนับสนุนที่แกนนำต้องการ ส่วนใหญ่ที่ไปแล้ว จะถูกอ้างอิงว่า เห็นด้วยกับทุกอย่างที่แกนนำต้องการ และ โดนใช้เป็นข้ออ้างถึงการชุมนุมโดยสงบ  (โดยไม่พูดถึงการกระทำที่ใช้ความรุนแรง) 

นอกจากนี้ เนื่องด้วยผู้ชุมนุมมีหลายกลุ่ม หลายวัตถุประสงค์ เราจึงไม่ควรเหมารวม  ว่าผู้ชุมนุมคือใคร ผู้ชุมนุมต้องการอะไร ผู้ชุมนุมเป็นคนดี  ผู้ชุมนุม เป็นคนเลว  หรือ ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรง  แต่เราต้องพยายามทำความเข้าใจ  พยายามเข้าถึงปัญหา  ให้การศึกษา หรือ แก้ไขปัญหาให้ผู้ชุมนุมด้วย  สร้างความเข้าใจในภาพรวมแก่ผู้ชุมนุม  เช่น
ผมรู้ว่า คุณคิดว่ากาารเมืองไทย มีปัญหา แต่ว่า สิ่งที่คุณทำคืออะไร  คุณกำลังดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาหรือไม่  หรือ คุณเข้าใจวัคถุประสงค์ของการชุมนุมครั้งนี้หรือไม่  คุณเห็นด้วยกับแกนนำหรือแนวทางครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน

อย่างน้อยก็หวังว่า สิ่งที่คุณพยายามทำ  สิ่งที่คุณต่อสู้เพื่อ  สิ่งที่คนอื่นต้องอดทนโดนพวกคุณลิดรอนสิทธิ มันจะคุ้มค่าพอ




ป.ล. อันนี้ไม่เกี่ยว แต่พยายามยัดเยียดว่าเกี่ยวข้องละกัน (เกี่ยวกับ money และ inequality)

 
(อย่างอื่นต่อตอนหน้า)